คิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยม ของเขาแรงจริงๆครับ 

ไม่ใช่เพียงแค่ลมแรงลอยละลิ่วสะบัดทั้งก่อน-ระหว่าง-ข้างหลังแข่ง ถ้าแต่เหมารวมความหมายถึงกลุ่มกองเชียร์ส่งเสียงเชียร์แรงกระหึ่มทั่วตัวสนาม

ป้ายผ้าผืนใหญ่ประกาศพลัง ''CHAMPIONS OF ENGLAND'' เพลง ''CAMPEONES'' ช่วยสร้างแรงกระตุ้นชั้นเลิศ หวังให้นักฟุตบอลปลดล็อกคว้าชัยฤดูกาลใหม่ให้ได้เสียหน

น่าเสียดายแทนเหล่ากองเชียร์ ''เดอะ ฟ็อกซ์ส'' ที่สุดด้านหลังแล้วกลุ่มรักพวกเขาได้ผลเสมอ 0-0 ถึงแม้ว่าคู่ควรจะได้รับชัยชนะจากจุดลูกโทษช่วงนาทีในที่สุด

เหตุกำเนิดเมื่อ อาเหม็ด มูซ่า ดาวยิงสำรอง เจ้าของค่าตอบแทนสถิติชมรม ล้มลงในเขตโทษขณะโดน เอคตอร์ เบเยริน เข้าปะทะ ทว่าไม่มีลมเป่านกหวีดสนองตอบใดๆก็ตามจากท่านเปา มาร์ค แคล็ทโก้เก๋นเบิร์ก

ชอตนี้มันแจ้งชัดยิ่งกว่าครึ่งเวลาแรกที่ ดินแดนนี่ ดริงค์วอเตอร์ โดนสอยล้มซะอีก เพราะภาพรีเพลย์นั้นชี้ว่า โลร็องต์ กอสสิแอลนี่ โดนบอลก่อน

ผิดกับจังหวะปัญหาข้างต้น ให้ก็ได้ไม่น่าชิงชังแต่อย่างใด

กระนั้น เคลาดิโอ รานิเอปรี่ ผู้จัดการกลุ่มชาวอิตาเลียน ไม่ได้กังวลใจในประเด็นนั้น บอกเพียงแค่ว่าหากผู้ตัดสินไม่ให้ก็คือไม่ได้

ขอเลือกชื่นชมผลงานในสนามที่มีความก้าวหน้าดีมากกว่าแมตช์เปิดม่านที่พ่ายแพ้ แม้ได้เพียงแค่แต้มเดียวในบ้าน แต่โดยรวมแล้วโอเค ในแง่ที่ครอบครองบอลด้อยกว่ากลุ่มเยี่ยม

อีกหัวข้อเก็บตกบทสัมภาษณ์ที่ถามกันเยอะแยะ คือลักษณะของ น็องปาลีส เมนดี้ มิดฟิลด์คนใหม่ที่ข้อเท้ากลับผิดจังหวะขณะเข้าพบบอลจนจะต้องออกไปปฐมพยาบาล กลับลงมาใหม่ก็สู้ต่อไม่ไหว โดนแปลงออกพร้อมเสียงตบมือสนั่นระหว่างถูกพยุงลงอุโมงค์ห้องแต่งตัว

รานิเอปรี่บอกเพียงแค่ว่ากองกลางเลือดน้ำหอมถูกบล็อกข้อเท้าเอาไว้อยู่ จะต้องคอยเช็กผลสแกนอีกครั้งภายในระยะเวลาอาทิตย์ข้างหน้า

แต่หากถามความเห็นจากผม บอกได้เลยว่าหากหายกลับมาอย่าเอาพอดีจริงดีมากกว่า

เมนดี้ย้ายมาพร้อมฉายานาม ''ร่างทรงเอ็นโกโล่ ก็องเต้'' (นิยามโดย ''เจ.บาร์ท'' ผู้เชี่ยยวชาญลีก เอิง ประจำแท็บลอยด์ ''สปอร์ตแมน'') แต่เอาเข้าจริงไม่ได้ใกล้เคียงเลยสักกระผีกเดียว ไม่ว่าเรื่องการเข้าปะทะหรือไปกับบอล

คล้ายกันเพียงแค่ส่วนสูง แถมเพิ่มอีกน้ำหนักมาในทรงตุ้ยนุ้ยน่ารักน่าชัง

''จะเอาอะไรไปวิ่งทันวะ?'' นายซันเดย์ คนข่าวคนดูแลร่วมรุ่นยังแสดงความคิดเห็นแบบงั้นระหว่างแลกเปลี่ยนความเห็นกันในเกม (ฮ่า)

อย่างที่ผมย้ำแล้วย้ำอีก การขาดหายไปของก็องเต้ ทิ้งรอยต่อขนาดใหญ่ไว้กับกลุ่มจิ้งจอก มีผลกระทบชิ่งไปแทบทุกจุดบนพื้นสนาม

แผงข้างหลังไม่มีตัวสกรีนชั้นนำ ยังดีที่นัดนี้ได้ โรเบิร์ต ฮูธ พ้นโทษแบนแล้วก็ยังคงเข้ากันรู้ใจกับ เวส มอร์แกน

แนวรุกก็ขาดตัวจ่ายฉมังจะต้องลงมาล้วงบอลเอง กว่าจะตีรถยนต์ขึ้นหน้าก็โดนตั้งด่านคอยเข้าให้แล้ว

โน่นเลยช่วยตอบปัญหาว่าเพราะเหตุใดทั้ง ดริงค์วอเตอร์, มาร์ค อัลไบรท์ตัน หรือกระทั่ง 2 ฟูลแบ็กอย่าง ดินแดนนี่ ซิมพ์สัน หรือ คริสเตียน ฟุคส์ ถึงได้ถูกลักพาฟอร์มดีๆเมื่อซีซั่นก่อนไปไวอย่างมาก

เจมี่ วาร์ดี้ แล้วก็ ริยาด มาห์เรซ ก็เช่นเดียวกัน

ดูโอตัวเอกเลสเตอร์เกือบๆจะได้ย้ายไปสวมเสื้อปืนใหญ่ในช่วงซัมเมอร์นี้ แต่ในที่สุดก็เลือกฝากอนาคตต่อสัญญาฉบับใหม่

ไม่ว่าแฟนบอลหรือเจ้าตัวเองย่อมหมายมั่นปั้นมือจะส่องตาข่ายกลุ่มที่เคยตกเป็นข่าวเพื่อปลอบขวัญแรงใจ แต่ก็เสมือนที่เห็นกัน ทั้งคู่ดูขาดความมั่นใจและเชื่อมั่นในตนเองในเวลาเข้าทำ

ล่วงเลยไป 2 แมตช์ พอๆกับว่าเลสเตอร์ได้ประตูเดียวเพียงแค่นั้นจากลูกจุดลูกโทษ โน่นมันไม่ใช่เรื่องดีเลยบนทางระยะยาว

วิพากษ์เจ้าของบ้านมาเยอะแยะแล้ว วกเข้าประเด็นกลุ่มเยี่ยมกันมั่ง

อาร์แซน เวนเกอร์ แสดงความคิดเห็นตอนนั่งโต๊ะสัมภาษณ์ไว้ว่ากลุ่มของเขาขาดความเฉียบขาดไป แต่ความจริงมันไม่ใช่แค่นั้น

แผงมิดฟิลด์ที่เป็นจุดขายมาช้านานได้บังเกิดรอยต่อ ซึ่งกุนซือเฟร้นช์แมนเองโน่นล่ะที่จงใจทำให้เป็น

ปัญหาบาดเจ็บของ อารอน แรมซี่ย์ แล้วก็ อเล็กซ์ อิโอ้อวดบี้ คาดคั้นให้เวนเกอร์จะต้องปรับหมากส่ง ซานว่ากล่าว กาซอร์ล่า กับ อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน ลงเล่นแทนตามลำดับ

ในระหว่างที่ โมฮาเหม็ด เอลเนนี่ โชว์ฟอร์มไม่ดีเกมแพ้ลิเวอร์พูลคาบ้าน ก็เลยถูกถอดออกให้สมาชิกใหม่ กรานิต ชาค้าง ทิ่มแทนเข้าคู่ ฟร็องสิส โกเกอแล็ง

จาก 3 รายที่ว่ามานั้นเป็น ชาคาที่ประพฤติตัวน่าผิดหวังสุด ในนามยอดกองกลางแห่งบุนเดสลีกาพกค่าตอบแทนใช่ย่อย 30 กว่าล้านปอนด์ ยังไม่ตอบปัญหาด้านใดออกมาแจ้งชัด

จะเล่นหนักๆสายขยันก็ไม่มีความเร็ว ให้วางบอลยาว-สั้นกลับไม่ฉมัง พื้นฐานผมไม่ให้ผ่าน

แต่ของแบบนี้จะต้องดูกันยาวๆแล้วก็ให้ความยุติธรรมเรื่องเวลาปรับพฤติกรรมด้วย อย่าง โกเกอแล็ง กว่าจะได้ดิบได้ดีปัจจุบันนี้ก็เคยเกือบหมดอนาคต ทำได้เพียงแต่ย้ายยืมตัวเล่นลีกข้างล่างๆ

อีกหนึ่งความเปลี่ยนแปลงข้างหลังพ่ายแพ้ครั้งแรกคือการทยอยคืนกลุ่มของเหล่าสตาร์ตัวความคาดหวัง

กอสสิแอลนี่จำต้องถูกเข็นลงพร้อมสวมปลอกใส่แขนกัปตันกลุ่ม ลงเล่นเซนเตอร์แบ็กพยุงเจ้าหนูร็อบ โฮลดิ้ง ภายหลังพากันออกสมุทรไปกับ ค้างลั่ม แชมเบอร์ส

พูดถึงแชมเบอร์สแล้วนับว่าอนาคตน่าวิตกมากมาย เมื่อโดนรุ่นน้องที่มาใหม่อย่าง โฮลดิ้งแซงหน้าตัวเลือกแนวรับไปเป็นระเบียบ

อายุอานามก็เริ่มจะพ้นสถานะดาวรุ่งเหลือทน นี่คือเวลาหัวเลี้ยวหัวต่อที่เจ้าตัวจะต้องเลือกดีๆถ้าไม่อยากลงเอยเจริญรอยตามรุ่นพี่ที่เกิดไม่สุดอย่าง ธีโอ วัลค็อตต์ หรือ แจ็ค วิลเชียร์

ยังมีทั้ง โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ แล้วก็ เมซุต โอสิล ที่ลงมาโชว์ตัวครึ่งหลัง แล้วก็จากภาวะที่เห็นหัวหอกฝรั่งเศสยังไม่ฟิตจริงๆแต่ในรายผู้นำกองทัพเยอรมันผมว่าพร้อมในระดับหนึ่ง

แล้วเพราะเหตุใด เวนเกอร์ก็เลยไม่กล้าให้สตาร์ตตัวจริงไปเลย?

ชาค้างปรับพฤติกรรมยังไม่ได้ก็ให้นั่งไปก่อน หุบเอากาซอร์ล่าลงตัดเกมคู่โกเกอแล็ง แล้วให้โอสิลปั้นเกมอยู่ข้างหลัง อเล็กสิส ซานเชซ ก็ได้นี่

จะต้องยึดคติ ''อดเปรี้ยวไว้กินหวาน'' ไปถึงเมื่อไหร่?

สถานการณ์ในขณะนี้ยังไม่เลวร้ายเพียงพอหรือยังไง?

ทั้งสิ้นที่ว่ามาก็เลี่ยงไม่พ้นที่จะวกเข้าประเด็นเสริมกองทัพในตลาดซัมเมอร์

เวนเกอร์ยังเลี่ยงจะตอบคำถามผู้รายงานข่าวเรื่องดังที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้น พลางเบี่ยงประเด็นอยากให้ถามผลงานในสนามมากกว่า

ถึงแม้ว่ามันเป็นคนละเรื่องเดียวกัน

ก็เห็นๆกันอยู่ว่าปัญหาอยู่ตรงไหน ในแนวรับขาดตัวเลือก เกมรุกไม่คม ก็ไม่เห็นจะนำพาอะไรในเวลานี้

ประวิงเวลาผ่านพ้นมาเสมือนที่ผมจ่อไมค์ไปสัมภาษณ์แฟนบอลกูนเนอร์สรุ่นใหญ่หน้าสนามก่อนแข่ง

ผมยิงคำถามเรื่องเซ็นสัญญาควรเป็นตำแหน่งไหน หรือผู้ใดดี–คุณลุง (คำนวณเค้าหน้าคงแก่กว่าพ่อผู้ตายของผม) เอ็งตอบว่าหลักสำคัญมันอยู่ที่เรื่องเวลาแล้วก็ความเหมาะสมนะหลานเอ๊ย

เปิดตลาดมาตั้งแต่กรกฎาคมมัวร้องเพลงคอยอะไรอยู่ ตัวการๆก็แห่กันย้ายไปสิ สนทนาเอาในขณะนี้ก็เสียเวล่ำเวลาไปอีก

อืมมม…นะ ขนาดกองเชียร์ยังอ่านขาด แล้วนายใหญ่มาดละเมียดมัวไปทำอะไรอยู่?

ผลสรุปผลเสมอที่สนามคิง เพาเวอร์–ตัดจังหวะควรจะได้จุดลูกโทษออกไป นับว่าสมน้ำสมเนื้อแก่การแบ่งแต้มกันไประหว่างสองกลุ่มที่ไม่เป็นกลาง

''ไม่เป็นกลาง'' ในความหมายของผมคือ กองกลางแต่ละกลุ่มเล่นกันไม่เป็นกองกึ่งกลางเอาซะเลย (กรุณาอย่างง HAHA)

ถ้าแต่บนความ ''ไม่เป็นกลาง'' ของจริงตามที่ผมคิดอ่าน ถ้าเลสเตอร์แล้วก็อาร์เซน่อลไม่ปรับแก้อะไรสักอย่าง

คงยากจะเข้าป้ายแชมป์ แล้วก็รองแชมป์เก่าอย่างฤดูกาลก่อนแน่นอน